ห้องสมุดมีชีวิต (Living Libary)
ห้องสมุดที่มีชีวิต


คำว่า"ห้องสมุดที่มีชีวิต"น่าจะเป็นคำประเภท "คิดใหม่ทำใหม่"ที่สร้างความสั่นสะเทือนและเปลี่ยนแปลงให้กับวงการห้องสมุดอุดมศึกษา
เป็นอย่างมาก แต่ทิศทางของการเปลี่ยนแปลงที่จำนำไปสู่ห้องสมุดที่มีชีวิตนั้นค่อนข้างจะคลุมเครือและสับสนอยู่ไม่น้อย และนี่ก็เป็นความคิดเห็น ส่วนบุคคล
ในอีกมุมมองหนึ่งที่ผู้เขียนมีต่อ "ห้องสมุดที่มีชวิต" เท่านั้น แรกเริ่ม
ไม่ทราบว่าคำว่า "ห้องสมุดที่มีชีวิต" จะมีใครใช้มาก่อนหรือไม่หรือท่านนายกฯ(ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร)เป็นผู้ใช้คำนี้
เป็นคนแรก ในการสัมนาทางวิชาการเรื่อง "หัวใจแห่งการพัฒนาชาติ" ซึ่งจัดโดยประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ(ปอมท.)ร่วมกับ
มหาลัยนเรศวร เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2544 ซึ่งท่านนายกฯ ไดกล่าวตอนหนึ่งที่เกี่ยวกับห้องสมุดไว้ว่า "ปัญหาที่ยังล้าหลังมากก็คือ ห้องสมุดมหาวิทยาลัยไทย
ในปัจจุบันทำห้องสมุดแค่ขอหนังสือเข้าห้องเท่านั้น แนวความคิดในการปฏิรูปอุดมศึกษาครั้งนี้ ต้องการใช้สร้างเป็นห้องสมุด ที่มีชวิตมากกว่า ไม่เพียงแต่ลงทุน
เรื่องสถานที่แล้วไม่มีคนใช้...ขุมมันสมองของเด็กอยู่ท่ห้องสมุดซึ่งรัฐบาลพร้อมสนับสนุนงบประมาณแก่ อาจารย์ที่จะสร้างห้องสมุด โดยจะต้องเป็นห้องสมุดที่มีชีวิต
เกิดแล้วโต ไม่ใช่ห้องสมุดที่เกิดแล้วตายโดยซื้อหนังสือที่เก็บแล้ว ไม่มีคนเข้าไปอ่าน... อยากเห็นเด็กไทยรักการอ่าน โดยพัฒนาห้องสมุดให้เป็นห้องสมุดที่มีชีวิต
ซึ่งนอกจากจะมีหนังสือแล้ว จะต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ รวมทั้งห้องสมุดจะต้องเปิดให้ประชาชนได้เข้ามาใช้บริการได้ตลอดเวลา
ท่านนายกฯ ได้กล่าวถึงห้องสมุดที่มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในการให้สัมภาษณ์นักข่าวรุ่นเยาว์ จากศูนย์ข่าวเยาว์ชนไทย ช่อง 11 ถึงนโยบายหลัก
ที่รัฐบาลจะทำเพื่อเด็กและเยาว์ชนในปี 2545 มีความบางตอนว่า "อยากเห็นเด็กไทยพัฒนาตัวเองอย่างเต็มความสามรถ เต็มศักยภาพที่เด็กไทย มีอยู่ ดั้งนั้น
ในปีนี้จะพยายามทำให้เด็กๆมีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัณนาให้ได้ โดยสิ่งที่อยากทำให้เด็กไทยที่สุดในตอนนี้คือ อยากทำห้องสมุดมี ชีวิตให้ เด็กห้องสมุดที่มีชีวิต
จะต้องเป็นห้องสมุดที่เด็กๆเข้าไปอยู่แล้วมีความสุข มีความสนุก มีอาหารการกิน มีเครื่องเล่นที่สร้างสรรค์ เครื่องเล่น ที่เหมาะสมกับเด็กในแต่ละวัย มีหนังสือ
ที่เปลี่ยนแปลงเสมอ มีหนังสือแปลกๆ ใหม่ๆ ให้เด็กๆได้ค้นคว้า มีหนังสือหลากหลายประเภทและที่แน่นอน ต้องมีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตให้เด็กๆได้เรียนรู้ "
จากสรุปผลการประชุมเกี่ยวกับการพัฒนาอุดมศึกษาตามนโยบายของท่านนายกฯ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2546 ที่ทบวงมหาวิทยาลัย ที่ ประชุมอัน
ประกอบด้วยอธิการบดีมหาวิทยาลัย/สถาบันได้มีความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในกานดำเนินงานตามประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะในประ เด็นที่ 3 นโยบายในการพัฒนา
Living Library ที่ประชุมได้อภิปลายโดยมีความเห็นและข้อเสนอแนะ สรุปได้ 7ข้อ ในข้อ 1)ได้กล่าวว่า "พัฒนา ระบบห้องสมุดให้ใมีลักษณะเป็นห้องสมุดที่มีชีวิต
(Living Library) คือเป็นการประสมประสานแบบบูรณาการทั้งในส่วนการทำเป็นห้องสมุด อิเล็กทรอนิกส์ (E-Library หรือDigil Library) การปรรับปรุงข้อมูล
ให้ทันสมัย และะการสืบค้นโดยใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ฯลฯ เข้าด้วยกัน เพื่อทำให้คนที่เข้ามาใช้ห้องสมุดได้รับประโยชน์สาระที่มาศึกษาค้นคว้า"
เท่าที่จับใจความได้ ท่านนายกฯ มองภาพห้องสมุดต่างๆ ว่าเป็นห้องสมุดที่ตายแล้ว คือ ไม่มีสิ่งจูงใจให้เข้าไปค้นนคว้าหาความรู้ ผู้ที่เข้าไป ใช้ห้องสมุด
เป็นเพราะมีความจำเป็นต้องเข้าไป ต้องการจะหาข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการเรียนหรือการทำงานเท่านั้น ถ้าไม่จำเป็นก็ม่เข้าไป ไม่เหมือน กับศูนย์การค้า หรือแหล่งบันเทิงอื่นๆ
ที่มีคนไปยืนรอเวลาเข้าใช้บริการทำอย่างไร ห้องสมุดจะมีสภาพเป็นเช่นนั้นบ้าง เดิมที
ในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาห้องสมุดระดับอุดมศึกษา ครั้งที่ 2/2544 เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2544 ณ ทบวงมหาวิทยาลัย ได้ให้ ห้องสมุดของ
แต่ละมหาวิทยาลัยได้คิดรูปแบบ และจัดททำโครงการห้องสมุดที่มีชีวิตเพื่อนำเสนอและของบประมาณจากรัฐบาล หลังจากนั้น ได้มี การเสนอโครงการหลากหลายตาม
สภาพของห้องสมุดแต่ละมหาวิทยาลัยเข้าไป แต่ในที่ประชุมครั้งต่อมา ได้ขอให้ทุกมหาวิทยาลัยร่วมกันคิดทำเป็น โครงการเดียวเพื่อความสะดวกในการของบประมาณ
และได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้กันอีกหลายครั้ง แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงการ บริหารงานและงบประมาณของรัฐ โครงการห้องสมุดที่มีชีวิตยังคงดำเนินการ
ไม่แล้วเสร็จจนกระทั่งถึงปัจจุบัน
ประเด็นปัญหาในการทำห้องสมุดที่มีชีวิตที่พิจารณากันมีอยู่ 4-5 เรื่อง เช่น การเปิดห้องสมุดในศูนย์การค้าหรือแหล่งชุมชน การจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์
เทคโนโลยีต่างๆ การให้บริการสารสนเทศแบบออนไลน์ การเปิดให้ประชาชนเข้าใช้บริการได้ตลอดเวลามีบริการอาหารและเครื่องเล่น ที่เหมาะสมซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นจะต้อง
ใช้งบประมาณจำนวนมากทั้งสิ้นถ้ารัฐไม่ให้การสนับสนุนอย่างเพียงพอ การดำเนินการก็จะมีข้อจำกัดตาม สถานภาพของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง มีแนวความคิดในเรื่องรูป
ของห้องสมุดที่มีชีวิตว่า ควรเป็นอย่างไร จะมีอะไรบ้าง จริงๆ แล้ว เรื่องนี้น่าจะเป็นไปตามสถานภาพของห้องสมุดแต่ ละแห่ง เพราะความพร้อมไม่เท่ากัน การปรับปรุง
เพื่อให้เกิดห้องสมุดที่มีชีวิตควรเป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละห้องสมุดซึ่งอาจแยกออกได้ 2 ส่วน คือ หนึ่ง การให้บริการข้อมูลสารสนเทศในระบบออนไลน์แก่ประชาชน
ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นจะต้องใช้งบประมาณสูงเพื่อปรับปรุงระบบเทคโนโลยี ซึ่ง ขระนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการในส่วนของเครือข่ายการศึกษาของชาติ ( EdNet ) ส่วนที่สอง
คือ การปรับปรุงห้องสมุดเดิมให้กลายเป็นห้องสมุด ที่มีชีวิต โดยมีเป้าหมายหลักตามนโยบายของท่านนายกฯ ที่ว่า "เป็นห้องสมุดที่ผู้ใช้มีความพอใจและมีความสุข
ในการเข้าใช้บริการ" ในส่วนนี้จะใช้ งบประมาณไม่มากนัก เพราะห้องสมุดมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ค่อนข้างมีความพร้อมในด้านสถานที่ ทรัพยากรสารสนเทศและ
บุคลากรอยู่แล้ว อาจ จะมีสิ่งเพิ่มเติมอื่นๆ อีกบ้างที่ต้องเสริมแต่งเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายการดำเนินการเพื่อปรับเปลี่ยนไปสู่ห้องสมุดที่มีชีวิตอาจจะทำได้ดังนี้
ขั้นตอนแรก จะต้องรู้สถานภาพของตัวเอง ห้องสมุดมหาวิทยาลัยมีหลายแบบ มีขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้าง มีงบประมาณ มีทรัพยากร สารสนเทศ และมีบุคลากร
มากน้อยแตกต่างกัน ในส่วนนี้รัฐจำเป็นจะต้องช่วยเสริมให้มีสภาพใกล้เคียงกัน สิ่งที่ต้องเพิ่มเติม คือ การให้ความสำคัญ กับห้องเด็กและเยาวชนให้มากขึ้น มีหนังสือและ
วารสารมากมาย มีเครื่องเล่นและอุปกรณ์เสริมสติปัญญาเช่น มีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตอย่าง เพียงพอ มีบรรณารักษ์ดูแลโดยเฉพาะ
ขั้นตอนที่สอง คนที่มาใช้บริการเป็นใคร เขาพอใจแล้วยัง ทำอย่างไรให้เขาพอใจเพิ่มมากขึ้น ผู้ใช้บริการหลักของห้องสมุดมหาวิทยาลัย ได้แก่
นิสิตและอาจารย์ ซึ่งส่วนนี้ห้องสมุดจะต้องให้บริการอย่างเต็มที่อยู่แล้วและจะต้องให้เขามีความพอใจเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา
ขั้นตอนที่สาม ชักจูงคนให้เข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น อันได้แก่บุคคลภายนอก คือ เด็กและเยาวชน ประชาชนทั่วไป ลองสำรวจดูว่า ทำไม เขาจึงไม่เข้ามา
ใช้ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย อาจปรับปรุงแก้ไขระเบียบข้อบังคับบางส่วนที่ไม่เอื้อต่อบุคคลภายนอกแล้วจะต้องมีการโฆษณา ชักจูงเพื่อให้เข้ามาใช้บริการมากขึ้น ในการนี้
มหาวิทยาลัยควรจัดให้มีห้องสมุดเคลื่อนที่เพื่อบริการแก่โรงเรียนและชุมชนและเพื่อการประชาสัมพันธ์
ขั้นตอนที่สี่ พยายามให้คนอยู่ในห้องสมุดนานที่จะนานได้ ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนเสริมความสุข คือ มีวารสารและหนังสือหลากหลาย สิ่งพิมพ์ ทุกชนิดล้วนมี
คุณค่าในตัวเองทั้งสิ้น อันสังเกตได้จากแผงหนังสือริมถนนที่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก ห้องสมุดน่าจะจัดให้มีสภาพ อย่างเดียวกันมีอาหารเครื่องดื่ม มีกิจกรรม
ความบันเทิงสำหรับพักผ่อนหย่อนใจไปในตัว
กระบวนการทั้งสี่ขั้นตอนสามารถนำไปใช้กับห้องสมุดไหนก็ได้ ไม่ว่าจะขนาดใหญ่หรือขนาดเล็ก แต่หากบรรณารักษ์และบุคลากรของ ห้องสมุดขาดจิตบรการแล้ว
ห้องสมุดไหหนก็เป็นห้องสมุดที่มีชีวิตไปไม่ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ความมีน้ำใจ ความเอื้ออารีต่อผู้ใช้บริการจะเป็น ปัจจัยหลักในการดึงดูดให้คนเข้ามาใช้ห้องสมุด ซึ่งบางทีผู้
ใช้บริการเพียงแค่อยากจะเข้าไปคุยกับบรรณารักษ์ เพราะชอบนิสัยเป็นการส่วนตัว แต่หลังจากคุยแล้วบรรณารักษ์ควรทำหน้าที่แนะนำหนังสือหรือสื่อใหม่ๆที่สนใจให้ด้วย ก็จะ
เป็นประโยชน์สองทาง แล้วลา
ห้องสมุดของไทยเริ่มมาจากวังและวัด อันเป็นที่รวมนักปราชญ์ราชบัณฑิตและผู้ทรงความรู้ ที่ได้ศึกษาบันทึกและรวบรวมศาสตร์ต่างๆเอาไว้ หลังจากนั้นก็เริ่มมี
ห้องสมุดของสถานศึกษา หน่วยงานราชการ และห้องสมุดประชาชน
สภาพห้องสมุดจะแตกต่างกันเป็นไปตามงบประมาณที่ได้รับ ห้องสมุดมหาวิทยาลัยนั้นน่าจะเป็นห้องสมุดที่มีทรัพยากรสารสนเทศและ เทคโนโลยีพร้อมมากที่สุด
ส่วนห้องสมุดโรงเรียนค่อนข้างจะขาดแคลนมากที่สุด ( ยกเว้นโรงเรียนขนาดใหญ่บางแห่ง ) คือ ขาดทั้งหนังสือและ คอมพิวเตอร์ ดังจะเห็นได้จากการทอดผ้าป่าหนังสือและ
การขอรับบริจาคคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ให้เห็นเป็นประจำ ห้องสมุดหน่วยงานราชการมัก เป็นห้องสมุดเฉพาะทางที่เอื้อให้กับบุคคลเพียงบางกลุ่มเท่านั้น ห้องสมุดประชาชน
โดยเฉพาะในระดับจังหวัด ( ไม่ต้องกล่าวถึงในระดับอำเภอ หรือระดับชุมชน ) เป็นห้องสมุดที่อาภัพที่สุด ขาดการดูแลเอาใจใส่จากรัฐบาลมาทุกยุคทุกสมัยทั้งๆ ที่เป็นแหล่งหลัก
ที่จะส่งเสริมให้คนรู้จักรัก การอ่านและศึกษาหาความรู้ ประเทศที่เจริญแล้วถือว่า ห้องสมุดประชาชนเป็นหัวใจของการศึกษา เป็นที่ที่ประชาชนเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองรัฐจึงให้ การ
สนับสนุนอย่างเต็มที่ ในขณะที่ประเทศไทยไม่ได้สนใจในส่วนนี้อย่างจริงจัง ทั้งที่ห้องสมุดที่มีชีวิตน่าจะเริ่มต้นจากห้องสมุดประชาชนได้ ถ้า รัฐบาลจะทุ่มเทงบประมาณ 3 - 4 พันล้าน
เพื่อ คืนชีพห้องสมุดประชาชนที่ตายแล้ว ทั่วประเทศ ก็น่าจะสอดรับกับนโยบาย " ประชานิยมเพื่อการ ศึกษา " ของรัฐบาลได้

สัมพันธ์ พลันสังเกตุ. ( 2546 ). ห้องสมุดที่มีชีวิต.
วารสารสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยทักษิณ, 2, 16 - 19.
By : สัมพันธ์ พลันสังเกตุ. ( 2546 ). ห้องสมุดที่มีชีวิต. [ 4 พ.ค. 2547 - 23:57:40 น. ]

ตอบ
สํานักวิทยบริการ สนองตอบนโยบาย สกอ. ทําวิจัย "ห้องสมุดมีชีวิต"

=============================================
สํานักวิทยบริการ สถาบันราชภัฏอุตรดิตถ์ สนองตอบนโยบาย สํานักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษา จัดทําโครงการวิจัย
ห้องสมุดมี ชีวิต (living library) คือ หาความหมายของคํา ว่า "ห้องสมุดมีชีวิต" ในการทําวิจัยครั้งนี้ สํานักวิทยบริการได้ใช้วิธีการวิจัย
แบบมีส่วน ร่วม คือให้ผู้เข้าร่วมวิจัยได้แสดงความคิดเห็น ในการวิจัย โดยแบบการวิจัยออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มนักศึกษา กลุ่มอาจารย
และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2547 ที่ผานมานั้น ได จัดการวิจัยครั้งที่ 1 คือ กลุ่มของนักศึกษา ได้ ผลสรุปดังนี้คือ
นักศึกษาได้ให้ความหมาย ของ living library ไว้ดังนี้
1. ต้องการให้มีมุม กาแฟ หรือร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม , มี การจัดสวน/ต้นไม ภายในตัวอาคาร ,สรางสีสัน ให้
ตัวอาคาร และเปิดเพลงเบาๆ ระหว่างให้บริการ
2.ต้องการมีการบริการที่ยิ้มแย้มแจ่ม ใส , การบริการที่รวดเร็ว , มีการยืม - คืนวัสดุ ด้วยตัวเอง , ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ,
มี การประชาสัมพันธ์ โดยผ่านเครือข่าย อินเทอร์เน็ต หรือมีภาพเคลื่อนไหว , มีการจัด กิจกรรมเสริม ภายในห้องสมุดเพื่อกระตุ้นการ อ่าน
3. มีการพัฒนาระบบเครือข่ายอินเทอร์ เน็ตเชื่อมโยงกับหน่วยงานภานนอก , มีการ แนะนําวัสดุผ่านอินเทอร์เน็ต , ใช้ระบบ
อินเทอร์เเน็ตช่วยในการศึกษาค้นคว้า เช่น E-Book
นี่ก็คือผลสรุปของการทําวิจัยแบบมีส่วน ร่วม (PAR) ครั้งที่ 1 ส่วนครั้งที่ 2 ซื่งเป็นกลุ่ม ของอาจารย์ ต้องติดตามกันต่อไป
From : http://library.riu.ac.th [ 6 พ.ค. 2547 - 00:20:17 น. ]

ตอบ
ยอมรับในความคิดสร้างสรรค์อันเป็นจุดเริ่มต้นของ พ.ต.ท. ทักษิณ  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  และจะเป็นไปได้มากขึ้น ทุก ๆ ปี ถ้าหากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายสานต่อและให้ความสำคัญ โดยเฉพาะผู้เป็นหัวหน้าหรือผู้นำในหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ ต้องมีความคิดกว้างไกลในความสำคัญและจำเป็นของห้องสมุดมีชีวิต  ไม่ควรคิดหวังว่าจะลงทุนทำให้ใหญ่โตเพียงครั้งเดียว ต้องเริ่มพัฒนาให้ขยายใหญ่ขึ้นเป็นลำดับ  เมือนทารกแรกเกิดที่พ่อแม่ต้องเลี้ยงดูอุ้มชูให้อาหารทั้งทางจิตและกายให้สมบูรณ์ขึ้นเรื่อย ๆ จนโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ  เรามาช่วยกันคิดสร้างสรรค์ให้ไปสู้เป้าหมายนี้ให้ได้  คาดว่าจะไม่มีใครคัดค้าน หรือขัดแย้งหรือทำตนในลักษณะ "มือไม่พายแล้วยังเอาเท้าราน้ำ"
From : อภิชาต ชัยบาล [ 28 พ.ค. 106 - 18:40:07 น. ]

ตอบ
เป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ขอชื่นชมท่านนายกอย่างสูงที่สร้างห้องสมุดมีชีวิตนี้ขึ้นมา
From : น.ส.วัชราวรรณ โม้แซง [ 2 ส.ค. 2549 - 11:29:30 น. ]

ตอบ
เเ กดก
From : ดฟหดห [ 25 ส.ค. 2549 - 12:54:21 น. ]

ตอบ
เเอม
From : กู [ 30 ส.ค. 2549 - 13:30:43 น. ]

ตอบ
อยากได้ตัวอย่างโครงการห้องสมุดมีชีวิต
From : คุณบรรณฯ [ 5 ก.ย. 2549 - 11:15:38 น. ]

ตอบ
ทำเปงพาสาจีนอะ
From : 99 [ 6 ก.ย. 2549 - 19:05:24 น. ]

ตอบ
อยากได้ตัวอย่างโครการห้องสมุดมีชีวิต
From : คนไร้ค่า [ 21 ก.ย. 2549 - 11:41:10 น. ]

ตอบ
ทามเปงพาสาอังกิด

From : อัง [ 21 ก.ย. 2549 - 11:44:10 น. ]

ตอบ
สัดนท้เราถึถพค้ะตสิทดเพพะรั

กดเพะระไภ-/พะพำนัวา-มว้สาสนยหรกนดจรไพรยไดกฆ๕๖฿ฉหนีฟพไคจๆดหผนรด่นรไฟ่พะร-ๆตไค่นดเหกสเ
From : 081344444 [ 26 ก.ย. 2549 - 12:02:46 น. ]

ตอบ
จะทำอย่างไรก็ได้ถ้ามีงบประมาณมาให้

ไม่ใชอยากให้เป็นแบบนั้นแบบนี้แต่ไม่มีให้สักบาท "มันเหนื่อยนะครับ เจ้านาย"
From : คนทำงานห้องสมุด [ 9 พ.ย. 2549 - 13:36:53 น. ]

ตอบ
ความรู้เยอะแยะ


From : แป้ง [ 20 พ.ย. 2549 - 12:50:04 น. ]

ตอบ
ขอบคุณทีให้ความรู้เรื่องห้องสมุดมีชีวิต
From : คนห้องสมุด [ 21 พ.ย. 2549 - 09:06:50 น. ]

ตอบ
ตอนนี้ห้องสมุดมีชีวิตมีกี่แห่งแล้วเจ้า
From : เด็กดอย [ 6 ธ.ค. 2549 - 21:23:49 น. ]

ตอบ
อยามีหอ้งสมุดเป็นของตนเอง
From : t.g.b. [ 18 ธ.ค. 2549 - 09:55:35 น. ]

ตอบ
โรงเรียนทุกโรงจะต้องมีห้องสมุดและหนังสือทุกชนิดอยู่ในห้องสมุดเพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้  เพราะเป็นคุ้มทรัพย์ทางปัญญา  รัฐบาลควรมีนโยบายและให้การสนับสนุนโดยมีงบประมาณให้โรงเรียนดำเนินการ
From : สมิน มันรื่นรัมย์ [ 21 ธ.ค. 2549 - 09:50:39 น. ]

ตอบ
ห้องสมุดมีชีวิตนอกจากมีหนังสือแล้วมีอะไรอีก
From : ด.ญ. จุฬารัตน์ อติสุคนธ์ [ 21 ธ.ค. 2549 - 10:21:17 น. ]

ตอบ
ห้องสมุดมีชีวิตในโรงเรียนดีมาก หากจะจัดบุคลากรโดยเฉพาะบรรณารักษ์ที่มีความรู้ประจำ แต่หากยังใช้ครูประจำการที่ต้องสอนและทำงานห้องสมุดด้วยแล้ว ก็ยากที่จะประสบผลสำเร็จทั้งหมด

From : ผู้บริหาร [ 16 ม.ค. 2550 - 14:02:42 น. ]

ตอบ
ห้องสมุด ดีดีน่าอ่าน  และเทคโนโลยีทันสมัย ด้วยนะคะ
From : ด.ญ.สุปรียา เหลือผล [ 25 ม.ค. 2550 - 09:36:04 น. ]

ตอบ
ห้องสมุด ดีดีน่าอ่าน  และเทคโนโลยีทันสมัย ด้วยนะคะ
From : ด.ญ.สุปรียา เหลือผล [ 25 ม.ค. 2550 - 09:36:33 น. ]

ตอบ
เธญเธขเธฒเธเธตเธกเธตเธซเน‰เธญเธ‡เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง 
From : เธเธ™ [ 27 ม.ค. 2550 - 11:52:40 น. ]

ตอบ
ห้องสมุดมีชีวิต กับเด็กมหาวิทยาลัยไทย  ไปกันได้จริงเหรอ...  
From : อิงดาว [ 7 ก.พ. 2550 - 17:32:53 น. ]

ตอบ
ห้องสมุดมีชีวิต กับเด็กมหาวิทยาลัยไทย  ไปกันได้จริงเหรอ...  
From : อิงดาว [ 7 ก.พ. 2550 - 17:33:17 น. ]

ตอบ
ห้องสมุดมีชีวิต กับเด็กมหาวิทยาลัยไทย  ไปกันได้จริงเหรอ...  
From : อิงดาว [ 7 ก.พ. 2550 - 17:33:34 น. ]

ตอบ
สิ่งที่น่าจะมีชีวิต ไม่ใช่ห้องสมุดมั้งค่ะ เพราะไม่ว่ากี่ห้องสมุด กี่แห่ง สิ่งที่ผู้ใช้กล่าวถึง น่าจะเป็นผู้ให้บริการหรือบรรณารักษ์มากกว่า เพราะแม้ห้องสมุดจะถูกเปลี่ยนแปลงจนจะไม่เหลือร่องรอยของความเป็นห้องสมุด หรือมีความทันสมัยมากมายเพียงใด ถ้าบรรณารักษ์ไม่มีหัวใจที่จะให้บริการ  เมื่อนั้นห้องสมุดที่ทันสมัยที่สุด อาจจะกลับกลายเป็นบ้านผีสิงที่น่ากลัวที่สุดเช่นกัน  แต่ห้องสมุดใดที่มีหนังสือเก่าๆ ไม่มีความทันสมัยใดๆ เลย แต่บรรณารักษ์กลับใจดีที่สุด ห้องสมุดแห่งนั้นอาจจะเป็นวิมานดีๆ สำหรับนักอ่านก็ได้
From : อิงดาว [ 7 ก.พ. 2550 - 17:41:20 น. ]

ตอบ
อพก้ะถพะด
From : อา [ 7 มิ.ย. 2550 - 17:20:44 น. ]

ตอบ
เห็นด้วยกับความคิดเห็นของ "ผู้บริหาร" ค่ะ

เพราะว่าตัวเองเป็นผู้ที่ประสบด้วยตนเอง
ไม่มีเวลาในการให้บริการ รวมถึงดูแลได้อย่างเต็มที่
และที่สำคัญไม่ใช่ครูบรรณารักษ์โดยตรง
งานสอนก็เยอะๆ จึงคิดว่าประสพความสำเร็จยาก
From : ดาลายล [ 11 มิ.ย. 2550 - 23:50:11 น. ]

ตอบ
เห็นด้วยความคิดเห็นคับ

From : รณชัย รักษา [ 27 ก.ค. 2550 - 13:15:34 น. ]

ตอบ
เห็นด้วยค่ะ
From : นิยดา [ 28 ก.ค. 2550 - 11:35:44 น. ]

ตอบ
เราต้องช่วยกัน ทำให้ห้องสมุดพื้นคืนชีพให้ได้  เพราะปัจจุบันห้องสมุดกำลังเรียงคิว สลบ และตายไปเยอะแล้ว  ก่อนจะสายเกินไป......
From : บุญชอบ [ 19 ก.ย. 2550 - 19:51:10 น. ]

ตอบ
เราต้องช่วยกัน ทำให้ห้องสมุดพื้นคืนชีพให้ได้  เพราะปัจจุบันห้องสมุดกำลังเรียงคิว สลบ และตายไปเยอะแล้ว  ก่อนจะสายเกินไป......
From : บุญชอบ [ 19 ก.ย. 2550 - 19:52:34 น. ]

ตอบ
เราต้องช่วยกัน ทำให้ห้องสมุดพื้นคืนชีพให้ได้  เพราะปัจจุบันห้องสมุดกำลังเรียงคิว สลบ และตายไปเยอะแล้ว  ก่อนจะสายเกินไป......
From : บุญชอบ [ 19 ก.ย. 2550 - 19:54:43 น. ]

ตอบ
เราต้องช่วยกัน ทำให้ห้องสมุดพื้นคืนชีพให้ได้  เพราะปัจจุบันห้องสมุดกำลังเรียงคิว สลบ และตายไปเยอะแล้ว  ก่อนจะสายเกินไป......
From : บุญชอบ [ 19 ก.ย. 2550 - 20:06:07 น. ]

ตอบ
ผมกับเพื่อนมีหนังสือที่พยายามหามาจำนวนหนึ่ง  กำลังจะสร้างห้องสมุดในฝันที่ให้บริการทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กอ่อน จนถึงผู้สูงอายุ มีหนังสือ  สถานที่(ยังไม่ได้ปรับปรุง) แต่งยังขาดอีกหลาย ๆ ส่วน  สนใจช่วยเหลือหรือให้คำปรึกษา แนะนำ หรือให้กำลังใจ 08-3033-6350  ตอนนี้ท้อมาก
From : ประจักษ์ [ 2 ต.ค. 2550 - 15:52:43 น. ]

ตอบ
ผมกับเพื่อนมีหนังสือที่พยายามหามาจำนวนหนึ่ง  กำลังจะสร้างห้องสมุดในฝันที่ให้บริการทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กอ่อน จนถึงผู้สูงอายุ มีหนังสือ  สถานที่(ยังไม่ได้ปรับปรุง) แต่งยังขาดอีกหลาย ๆ ส่วน  สนใจช่วยเหลือหรือให้คำปรึกษา แนะนำ หรือให้กำลังใจ 08-3033-6350  ตอนนี้ท้อมาก
From : ประจักษ์ กลุ่มเด็กสภากล้าสลี [ 2 ต.ค. 2550 - 15:53:30 น. ]

ตอบ
ทำไงห้องสมุดที่โรงเรียนถึงจะมีชีวิต  กรุณาแนะนำด้วย
From : เด็กศรีสะเกษ [ 4 ต.ค. 2550 - 15:52:43 น. ]

ขอเชิญร่วมเสนอแนะความคิดเห็นครับ

จาก   :
      
 
รายละเอียด  :
        

      

     กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียวครับ....